เจ็บหน้าอกเวลาออกกำลังกาย สัญญาณเตือนหัวใจขาดเลือดที่ไม่ควรมองข้าม

เป้าหมายของการออกกำลังกายคือการมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่หากในระหว่างที่กำลังวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือเล่นกีฬา คุณเกิดอาการ “จุกแน่นหน้าอก” ขึ้นมาอย่างกะทันหัน… นี่คือช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังส่งสัญญาณฉุกเฉินครับ

หลายท่านเมื่อมีอาการเจ็บหน้าอก มักจะพยายามฝืนออกกำลังกายต่อ หรือคิดไปเองว่าเป็นเพียงอาการกล้ามเนื้ออักเสบ แต่ในทางการแพทย์ อาการเจ็บหน้าอกที่สัมพันธ์กับการออกแรง ถือเป็นจุดสังเกตสำคัญของ ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ (โรคหัวใจขาดเลือด) ที่ต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางอย่างรัดกุมครับ

ทำไมถึงเจ็บหน้าอก “เฉพาะ” ตอนออกกำลังกาย?

ในภาวะปกติที่ร่างกายพักผ่อน หัวใจจะต้องการเลือดและออกซิเจนในระดับหนึ่ง ซึ่งหลอดเลือดหัวใจที่อาจมีภาวะตีบแคบ (จากคราบพลัคหรือไขมันสะสม) ยังคงสามารถส่งเลือดผ่านไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอ คุณจึงไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ

แต่เมื่อคุณเริ่มออกกำลังกาย หัวใจจะต้องสูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น ทำให้ความต้องการออกซิเจนพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว หากหลอดเลือดหัวใจของคุณตีบแคบ เลือดจะไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ทันท่วงที ภาวะที่เลือดไปเลี้ยงไม่พอนี้เองที่กระตุ้นให้เกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอก (Angina) ซึ่งเป็นการเตือนว่ากล้ามเนื้อหัวใจกำลังขาดเลือดครับ

 

เมื่อออกแรงหนัก หัวใจต้องการออกซิเจนมากขึ้น หากหลอดเลือดตีบแคบจะส่งผลให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกได้

 

เช็กอาการ! เจ็บหน้าอกแบบไหนที่อันตราย และควรหยุดพักทันที

ความเจ็บปวดบริเวณหน้าอกมีหลายรูปแบบ แต่หากเป็นความเจ็บปวดที่มาจาก “โรคหัวใจ” มักจะมีลักษณะเฉพาะดังต่อไปนี้ครับ:

  • ลักษณะความเจ็บ: รู้สึกจุกแน่น อึดอัด เหมือนมีของหนักมาทับกลางหน้าอก หรือรู้สึกถูกรัดตึงบริเวณลิ้นปี่
  • การปวดร้าว: อาการเจ็บมักไม่จำกัดอยู่แค่ที่หน้าอก แต่อาจปวดร้าวไปที่กราม คอ ไหล่ หรือต้นแขน (โดยเฉพาะด้านซ้าย)
  • อาการร่วม: อาจมีอาการเหนื่อยหอบผิดปกติ เหงื่อแตกเย็น หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม
  • ความสัมพันธ์กับการออกแรง: อาการมักเกิดขึ้นขณะกำลังออกแรงหนัก และจะค่อยๆ ทุเลาลงเมื่อหยุดพัก

การประเมินสมรรถภาพหัวใจ (Exercise Stress Test) ตัวช่วยค้นหาต้นเหตุ

หากคุณมีอาการเข้าข่ายข้างต้น สิ่งแรกที่ควรทำคือ “หยุดออกกำลังกายทันที” ไม่ควรฝืนหรือพยายามเอาชนะความเจ็บปวดโดยเด็ดขาดครับ จากนั้นควรรีบเข้ามาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเสี่ยง

ที่คลินิกสมรรถภาพหัวใจ แพทย์มักจะแนะนำให้ตรวจ Exercise Stress Test (EST) หรือการวิ่งสายพาน ซึ่งเป็นการจำลองสภาวะที่หัวใจต้องทำงานหนัก ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจจับความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่อาจไม่แสดงให้เห็นในขณะพัก ช่วยให้สามารถหาต้นเหตุของอาการเจ็บหน้าอกได้อย่างแม่นยำ

(อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างของอาการเหนื่อยหอบทั่วไป กับ อาการเหนื่อยจากโรคหัวใจ ได้ที่บทความ [วิ่งแล้วเหนื่อยง่าย… แค่ร่างกายไม่ฟิต หรือสัญญาณเตือนโรคหัวใจขาดเลือด?])

คลินิกสมรรถภาพหัวใจ รพ.วิชัยเวชฯ อ้อมน้อย พร้อมดูแลให้คุณออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจ อาการเจ็บหน้าอกไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่านครับ ที่ คลินิกสมรรถภาพหัวใจ (Cardio Fitness Clinic) โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย นำทีมโดย นพ.สุภาพงษ์ เอี่ยมอัครวิทย์ แพทย์เฉพาะทางอนุสาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด เราให้ความสำคัญกับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

เรามีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยประเมินทั้งความเสี่ยงโรคหัวใจ และความฟิตของร่างกาย (Functional Capacity) เพื่อวางแผนแนวทางการรักษา หรือให้คำแนะนำระดับการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ เพื่อช่วยดูแลให้คุณสามารถกลับไปทำกิจกรรมที่รักได้อย่างมั่นใจและมีความปลอดภัยสูงสุดครับ

(หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพเบื้องต้น ไม่สามารถทดแทนการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้ กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม)

 

นัดหมาย / ปรึกษาแพทย์
คลินิกสมรรถภาพหัวใจ
รพ.วิชัยเวชฯ อ้อมน้อย
02-441-7899  ต่อ 1111 , 3124 หรือ1792
ติดต่อผ่านช่องทางไลน์ได้ง่ายๆ  
Line
สามารถตรวจเช็ค
 ตารางแพทย์ออกตรวจ เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษาได้เลย