ไม่เคยดื่มเหล้า ทำไมเป็นมะเร็งตับ ทุกความเสี่ยงต้องรู้เพื่อป้องกัน

เมื่อพูดถึงมะเร็งตับ หลายคนมักนึกถึงเหล้าเป็นตัวการสำคัญ แต่ในความเป็นจริง มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยแตะต้องแอลกอฮอล์เลย แต่กลับได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับ แล้วอะไรคือปัจจัยเสี่ยงที่แท้จริง และเราจะป้องกันได้อย่างไร มาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน

มะเร็งตับเกิดจากอะไรได้บ้าง

หากเปรียบตับเป็นเหมือนศูนย์กลางของโรงงานที่ทำหน้าที่กรองสารพิษและผลิตพลังงานให้ร่างกาย การที่ตับเสียหายก็เหมือนเครื่องจักรที่ทำงานหนักจนพังลง แต่การที่เครื่องจักรพังไม่ได้มีแค่สาเหตุเดียว เช่นเดียวกับมะเร็งตับที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่แอลกอฮอล์เท่านั้น

  1. ไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง (Hepatitis B และ C)
    การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบบีและซี เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งตับ เพราะเชื้อไวรัสเหล่านี้สามารถทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นพังผืดและตับแข็งในที่สุด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งตับ แม้จะไม่เคยดื่มเหล้าก็ตาม
  2. ภาวะไขมันพอกตับ (Non-Alcoholic Fatty Liver Disease – NAFLD)
    แม้ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ แต่พฤติกรรมการกินที่ไม่ดี เช่น การรับประทานอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง และขาดการออกกำลังกาย อาจทำให้เกิดไขมันสะสมในตับ ซึ่งเมื่อเป็นเรื้อรังจะนำไปสู่ภาวะตับอักเสบ ไขมันพอกตับชนิดรุนแรง (NASH) และในที่สุดอาจพัฒนาเป็นตับแข็งและมะเร็งตับได้
  3. การได้รับสารก่อมะเร็ง เช่น อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin)
    สารพิษอะฟลาทอกซินพบได้ในอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อรา เช่น ถั่วลิสง ข้าวโพด และธัญพืชบางชนิด หากรับประทานสารนี้เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ตับและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับ
  4. โรคเบาหวานและภาวะดื้ออินซูลิน
    ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือมีภาวะดื้ออินซูลิน มักมีความเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่มะเร็งตับได้ แม้ว่าจะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ก็ตาม
  5. พันธุกรรมและปัจจัยทางครอบครัว
    บางคนอาจมีความเสี่ยงสูงต่อมะเร็งตับเนื่องจากกรรมพันธุ์ แม้ว่าจะไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงก็ตาม หากมีคนในครอบครัวเป็นโรคตับแข็งหรือมะเร็งตับ ควรตรวจคัดกรองสุขภาพตับเป็นประจำ
  6. การใช้ยาหรือสารเคมีบางชนิดเป็นเวลานาน
    การใช้ยาแก้อักเสบหรือยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อตับและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับได้ รวมถึงการสัมผัสสารเคมีบางชนิดที่เป็นพิษต่อตับ เช่น สารหนูหรือไวนิลคลอไรด์

ป้องกันมะเร็งตับได้อย่างไร

แม้ว่ามะเร็งตับจะมีหลายปัจจัยเสี่ยง แต่เราสามารถลดโอกาสเกิดโรคนี้ได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  1. ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีและตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบซี
    ไวรัสตับอักเสบเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งตับ การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีสามารถลดความเสี่ยงได้มาก และหากมีความเสี่ยงต่อไวรัสตับอักเสบซี ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองและรับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ
  2. ควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกาย
    หลีกเลี่ยงภาวะไขมันพอกตับด้วยการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงน้ำตาลและไขมันอิ่มตัว และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  3. หลีกเลี่ยงอาหารที่ปนเปื้อนอะฟลาทอกซิน
    รับประทานอาหารที่สะอาดและปลอดภัย หลีกเลี่ยงถั่วลิสงหรือธัญพืชที่เก็บไว้นานและอาจมีเชื้อราเจริญเติบโต
  4. ตรวจสุขภาพตับเป็นประจำ
    หากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น ไวรัสตับอักเสบ ไขมันพอกตับ หรือโรคเบาหวาน ควรตรวจสุขภาพตับเป็นระยะด้วยอัลตราซาวด์หรือตรวจค่าเอนไซม์ตับ
  5. หลีกเลี่ยงสารเคมีที่เป็นพิษต่อตับ
    หากต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมีอันตราย ควรใช้มาตรการป้องกันที่เหมาะสม เช่น สวมหน้ากากป้องกันและถุงมือ

แม้ว่าจะไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์ แต่ก็ยังสามารถเป็นมะเร็งตับได้จากปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบ ไขมันพอกตับ อาหารปนเปื้อนสารพิษ และพันธุกรรม ดังนั้น การดูแลสุขภาพตับด้วยการตรวจคัดกรองเป็นประจำ ควบคุมน้ำหนัก และหลีกเลี่ยงสารพิษ จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันมะเร็งตับได้ตั้งแต่ต้น

ติดต่อ คลินิกมะเร็ง
รพ.วิชัยเวชฯ​ อ้อมน้อย  02-441-7899
หรือ1792 /ติดต่อผ่านช่องทางไลน์ได้ง่ายๆ 
Line
หรือสามารถตรวจเช็ค 
ตารางแพทย์ออกตรวจ เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษาได้เลยค่ะ