เจ็บจี๊ดที่ส้นเท้า อาจเป็น “รองช้ำ”? สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และการดูแลตัวเอง

บทความโดย
นพ.อภิสิทธ์ รัตนธนาสาร
ศัลยแพทย์เฉพาะทางการผ่าตัดเท้าและข้อเท้า ศูนย์กระดูกและข้อ

โรครองช้ำ หรือ Plantar Fasciitis เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดบริเวณฝ่าเท้าด้านส้นเท้า โดยเฉพาะอาการ เจ็บจี๊ดตอนก้าวแรกหลังตื่นนอน หรือหลังลุกเดินจากการนั่งพักเป็นเวลานาน อาการอาจดีขึ้นเมื่อเดินไปสักพัก แต่กลับมาปวดอีกหลังยืน เดิน หรือใช้งานเท้ามาก

ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถเริ่มรักษาได้ด้วยวิธีไม่ผ่าตัด เช่น การปรับกิจกรรม การยืดกล้ามเนื้อน่องและพังผืดฝ่าเท้า การเลือกอุปกรณ์รองรับเท้าที่เหมาะสม และการทำกายภาพบำบัดตามความเหมาะสม แต่หากอาการเป็นต่อเนื่อง รบกวนการใช้ชีวิต หรือดูแลเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

รองช้ำคืออะไร? ทำไมเจ็บจี๊ดตอนก้าวแรก

รองช้ำ คือภาวะที่พังผืดใต้ฝ่าเท้าเกิดการอักเสบหรือรับแรงดึงซ้ำ ๆ บริเวณที่เกาะกับกระดูกส้นเท้า ส่งผลให้เกิดอาการปวดบริเวณใต้ส้นเท้าด้านใน โดยเฉพาะช่วง ก้าวแรกหลังตื่นนอน หรือหลังจากพักนาน ๆ

หลายคนอธิบายอาการว่า

  • เหมือนมีของแหลมทิ่มใต้ส้นเท้า
  • เหมือนเหยียบหินตอนก้าวแรก
  • หรือรู้สึกปวดจี๊ดใต้เท้าในช่วงเช้า

แม้อาการลักษณะนี้จะพบได้บ่อยในรองช้ำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ปวดส้นเท้าจะเป็นรองช้ำเสมอไป เพราะอาการปวดส้นเท้ายังมีสาเหตุอื่นที่ควรแยกให้ชัดเจน

รองช้ำเกิดจากอะไร?

รองช้ำมักไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน แต่ค่อย ๆ เกิดจากการสะสมของแรงกดและแรงดึงบริเวณฝ่าเท้าเป็นเวลานาน ปัจจัยที่มักเกี่ยวข้อง ได้แก่

  • ยืนหรือเดินเป็นเวลานาน
  • เพิ่มกิจกรรม เช่น เดิน วิ่ง หรือออกกำลังกายมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ทำงานที่ต้องลงน้ำหนักต่อเนื่อง
  • ใส่รองเท้าที่ซัพพอร์ตไม่เหมาะสม หรือรองรับแรงกระแทกได้ไม่ดี
  • กล้ามเนื้อน่องตึง หรือข้อเท้าเคลื่อนไหวได้จำกัด
  • น้ำหนักตัวมากขึ้น ทำให้ฝ่าเท้ารับแรงมากขึ้น
  • โครงสร้างเท้าหรือรูปแบบการลงน้ำหนักที่เพิ่มแรงต่อพังผืดฝ่าเท้า

การมีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นรองช้ำทุกคน แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่แพทย์ใช้ประกอบกับตำแหน่งอาการปวด ลักษณะอาการ และการตรวจร่างกาย

อาการของโรครองช้ำเป็นอย่างไร?

อาการที่พบบ่อยของรองช้ำ ได้แก่

  • เจ็บจี๊ดบริเวณใต้ส้นเท้า โดยเฉพาะตอนก้าวแรกหลังตื่นนอน
  • ปวดมากเมื่อลุกเดินหลังนั่งหรือนอนพักนาน
  • เดินไปสักระยะอาการอาจเบาลง
  • หลังยืน เดิน หรือใช้งานเท้ามาก อาการอาจกลับมาปวดอีก
  • กดเจ็บบริเวณใต้ส้นเท้าด้านใน
  • บางรายอาจรู้สึกตึงฝ่าเท้าหรือปวดร้าวไปบริเวณใกล้เคียง

อาการลักษณะนี้ถือเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในรองช้ำ และช่วยให้คนไข้เริ่มสังเกตตัวเองได้ตั้งแต่ระยะแรก

 

อาการปวดจากรองช้ำมักเด่นในก้าวแรกหลังพักหรือตื่นนอน แต่การวินิจฉัยควรพิจารณาร่วมกับตำแหน่งปวดและการตรวจร่างกาย

ปวดส้นเท้า ไม่ได้แปลว่าเป็นรองช้ำเสมอไป

คำว่า “ปวดส้นเท้า” เป็นเพียงอาการ ไม่ใช่ชื่อโรคเพียงโรคเดียว เพราะอาการปวดส้นเท้าอาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น

  • รองช้ำ
  • ปัญหาบริเวณเอ็นร้อยหวาย
  • ปัญหาจากกระดูกส้นเท้า
  • การระคายเคืองของเส้นประสาท
  • ภาวะอื่นของเท้าและข้อเท้า

การสังเกต ตำแหน่งที่ปวด และ ลักษณะของอาการ จึงมีความสำคัญมากในการช่วยแยกสาเหตุเบื้องต้น

ตัวอย่างลักษณะอาการที่ควรสังเกต

ปวดใต้ส้นเท้าด้านใน
อาจสัมพันธ์กับรองช้ำ โดยเฉพาะเมื่อปวดมากในก้าวแรกหลังพัก

ปวดด้านหลังส้นเท้า
อาจเกี่ยวข้องกับเอ็นร้อยหวายหรือโครงสร้างด้านหลังข้อเท้า

ปวดลึกหรือกดเจ็บเฉพาะจุด
อาจต้องประเมินสาเหตุจากกระดูกหรือภาวะอื่นเพิ่มเติม

ปวดร่วมกับชา หรือแสบร้อน
อาจต้องประเมินระบบประสาทร่วมด้วย

ดังนั้น หากปวดส้นเท้าแต่รูปแบบอาการไม่ค่อยเหมือนรองช้ำ หรือดูแลเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น ก็ควรเข้ารับการประเมินเพิ่มเติม

 

จุดที่ปวดและลักษณะของอาการเป็นข้อมูลสำคัญในการแยกสาเหตุของอาการปวดส้นเท้า

 

แก้อาการรองช้ำด้วยตัวเองเบื้องต้นอย่างไร?

หากอาการยังไม่รุนแรง การดูแลเบื้องต้นอาจช่วยให้อาการดีขึ้นได้ โดยแนวทางเบื้องต้น ได้แก่

  1. ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ

หากเพิ่งเพิ่มการเดิน วิ่ง หรือยืนมากขึ้น ควรปรับระดับกิจกรรมชั่วคราว ไม่ควรฝืนใช้งานต่อทั้งที่อาการปวดเพิ่มขึ้น

  1. ยืดพังผืดฝ่าเท้าและกล้ามเนื้อน่อง

การยืดอย่างเหมาะสมเป็นส่วนสำคัญในการดูแลรองช้ำ โดยเฉพาะในคนที่กล้ามเนื้อน่องตึง

  1. เลือกรองเท้าให้เหมาะสม

รองเท้าที่รองรับแรงกระแทกได้ดีและช่วยซัพพอร์ตฝ่าเท้า อาจช่วยลดแรงกดต่อส้นเท้าได้

  1. ใช้อุปกรณ์เสริมตามความเหมาะสม

เช่น แผ่นรองส้นเท้า หรืออุปกรณ์พยุงอุ้งเท้า ซึ่งควรใช้ร่วมกับการดูแลด้านอื่น ไม่ใช่พึ่งเพียงอย่างเดียว

  1. ประเมินพฤติกรรมการใช้งานเท้า

เช่น ยืนบนพื้นแข็งนานเกินไป เดินเยอะเกินไป หรือใช้งานเท้าแบบซ้ำ ๆ โดยไม่พัก

การดูแลรองช้ำมักได้ผลดีกว่าเมื่อใช้หลายวิธีร่วมกัน มากกว่าหวังพึ่งวิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว

รองช้ำรักษาอย่างไร?

แนวทางรักษารองช้ำไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว แต่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่มีอาการ ความรุนแรง การใช้ชีวิตประจำวัน และการตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้นของแต่ละคน

แนวทางที่แพทย์อาจพิจารณา ได้แก่

  • การปรับกิจกรรมและแรงกดต่อเท้า
  • การยืดพังผืดฝ่าเท้าและกล้ามเนื้อน่อง
  • การฟื้นฟูความแข็งแรงและการทำงานของเท้า
  • การทำกายภาพบำบัด
  • การใช้อุปกรณ์เสริม เช่น แผ่นรองเท้าหรือ night splint ในบางราย
  • การรักษาทางการแพทย์เพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้
  • การรักษาด้วย Shock Wave ในผู้ป่วยที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม
  • การผ่าตัดในผู้ป่วยบางรายที่อาการเรื้อรังและไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัด

การรักษาด้วย Shock Wave คืออะไร?

Shock Wave เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการต่อเนื่องและไม่ดีขึ้นจากการดูแลเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ป่วยรองช้ำทุกคนจะต้องใช้วิธีนี้ และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

อ่านเพิ่มเติม:
รักษารองช้ำด้วย Shock Wave คืออะไร? เหมาะกับใคร และต้องทำกี่ครั้ง

 

การรักษารองช้ำควรเลือกตามอาการ ระยะเวลาที่เป็น และการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ ไม่จำเป็นว่าผู้ป่วยทุกคนจะใช้วิธีรักษาเหมือนกัน

รองช้ำหายเองได้ไหม?

ผู้ป่วยจำนวนมากมีโอกาสอาการดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด แต่ระยะเวลาการฟื้นตัวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับความเรื้อรังของอาการ พฤติกรรมการใช้งานเท้า และการตอบสนองต่อการรักษา

หากอาการเริ่มดีขึ้น ควรดูแลต่อเนื่องตามคำแนะนำ ไม่ควรรีบกลับไปใช้งานเท้าหนักแบบเดิมทันที เพราะอาจทำให้อาการกลับมาเป็นซ้ำได้

รองช้ำอันตรายไหมถ้าไม่รักษา?

รองช้ำไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่หากปล่อยให้อาการปวดเรื้อรัง อาจส่งผลต่อ

  • การเดิน
  • การยืน
  • การออกกำลังกาย
  • การทำงาน
  • คุณภาพชีวิตในชีวิตประจำวัน

ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มปรับท่าเดินเพราะความเจ็บ ซึ่งอาจทำให้ใช้งานเท้าไม่เป็นธรรมชาติและรบกวนชีวิตประจำวันมากขึ้น จึงไม่ควรปล่อยไว้จนเรื้อรังโดยไม่ได้รับการประเมิน

นวดฝ่าเท้า แช่เท้า หรือวิธีพื้นบ้านช่วยได้ไหม?

วิธีเหล่านี้อาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายหรือบรรเทาอาการชั่วคราวในบางคน แต่ไม่ควรใช้แทนการประเมินสาเหตุหรือแนวทางรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในรายที่อาการเป็นต่อเนื่อง หรือปวดจนรบกวนการเดินและการใช้ชีวิต

ป้องกันหรือลดโอกาสที่อาการรองช้ำจะกำเริบได้อย่างไร?

แนวทางที่ช่วยลดโอกาสกำเริบ เช่น

  • ค่อย ๆ เพิ่มกิจกรรม ไม่เพิ่มเร็วเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินบนพื้นแข็งนานเกินไป
  • เลือกรองเท้าให้เหมาะกับกิจกรรม
  • ยืดพังผืดฝ่าเท้าและกล้ามเนื้อน่องอย่างสม่ำเสมอ
  • ฟื้นฟูความแข็งแรงของเท้าและข้อเท้า
  • ดูแลปัจจัยเรื่องน้ำหนักและการใช้งานเท้าในชีวิตประจำวัน

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

ควรเข้ารับการประเมินเมื่อ

  • ปวดส้นเท้าเป็นต่อเนื่องและไม่ดีขึ้น
  • ปวดจนเดินหรือยืนลำบาก
  • อาการรบกวนงานหรือชีวิตประจำวัน
  • ดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
  • มีอาการชา แสบร้อน หรือความรู้สึกผิดปกติร่วมด้วย
  • ปวดลึกหรือกดเจ็บเฉพาะจุดชัดเจน
  • ไม่แน่ใจว่าอาการปวดที่เป็นอยู่ใช่รองช้ำหรือไม่

การพบแพทย์ไม่ได้หมายความว่าต้องรับการรักษาที่ซับซ้อนทันที แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการวินิจฉัยที่ถูกต้องและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรครองช้ำ (FAQ)

Q: แก้อาการรองช้ำด้วยตัวเองได้ไหม?
A:
ได้ในรายที่อาการยังไม่รุนแรง โดยเริ่มจากการปรับกิจกรรม ยืดกล้ามเนื้อ และเลือกรองเท้าให้เหมาะสม แต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์

Q: รองช้ำหายเองได้ไหม?
A:
ผู้ป่วยจำนวนมากมีโอกาสดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด แต่ระยะเวลาการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละคน

Q: ทำไมรองช้ำจึงปวดมากตอนก้าวแรกหลังตื่นนอน?
A:
เพราะเป็นรูปแบบอาการเด่นของรองช้ำที่มักปวดชัดหลังพัก และอาจดีขึ้นเมื่อเดินไปสักระยะ

Q: ปวดส้นเท้าเป็นรองช้ำเสมอไปไหม?
A:
ไม่เสมอไป เพราะอาการปวดส้นเท้าอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เอ็นร้อยหวาย กระดูก หรือเส้นประสาท

Q: รองช้ำต้องผ่าตัดไหม?
A:
ไม่จำเป็น ผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน การผ่าตัดเป็นทางเลือกในผู้ป่วยบางรายเท่านั้น

Q: Shock Wave เหมาะกับผู้ป่วยทุกคนไหม?
A:
ไม่ใช่ทุกคน ควรได้รับการประเมินความเหมาะสมจากแพทย์ก่อน

สรุป: ปวดส้นเท้า อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นแค่เมื่อย

อาการเจ็บจี๊ดใต้ส้นเท้า โดยเฉพาะตอนก้าวแรกหลังตื่นนอน อาจเป็นสัญญาณของรองช้ำ แต่ปวดส้นเท้าไม่ได้มีสาเหตุเดียว การวินิจฉัยที่ถูกต้องจึงสำคัญ เพราะจะช่วยให้วางแผนการรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น

การรักษารองช้ำไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเทคโนโลยีหรือการผ่าตัดเสมอไป หลายคนสามารถเริ่มจากการดูแลเบื้องต้นที่เหมาะสม ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์เมื่อจำเป็น

เข้ารับการตรวจประเมินและปรึกษาแนวทางรักษาอาการปวดส้นเท้าและโรครองช้ำได้ที่ ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย

สามารถเข้ารับบริการตรวจและปรึกษาได้ที่
ศูนย์กระดูกและข้อ รพ.วิชัยเวชฯ อ้อมน้อย

โทร: 02-441-7899  หรือ1792
แผนที่: ใกล้พุทธมณฑล – หนองแขม – อ้อมน้อย
นัดหมายออนไลน์: Line