โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่ออาการอัมพฤกษ์ อัมพาต มักเกิดขึ้นแบบฉับพลันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ความน่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่ตัวโรค แต่คือ “เวลา” ที่กำลังนับถอยหลัง ทุกๆ นาทีที่เซลล์สมองขาดเลือด นั่นหมายถึงโอกาสรอดชีวิตและการฟื้นฟูที่ลดลง เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินกับคนในครอบครัว ความตื่นตระหนกมักทำให้เราตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปรักษาที่ไหนดี ยิ่งถ้าคุณอาศัยอยู่ในย่าน เพชรเกษม, อ้อมน้อย, อ้อมใหญ่, สมุทรสาคร หรือกระทุ่มแบน การฝ่าการจราจรติดขัดเพื่อเดินทางเข้าไปยังโรงพยาบาลใจกลางกรุงเทพฯ อาจทำให้พลาด “นาทีทอง (Golden Hour)” ในการรักษาไปอย่างน่าเสียดาย การเข้าถึง ศูนย์สมองและระบบประสาท ที่มีศักยภาพสูงในพื้นที่ใกล้บ้าน จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการรักษาชีวิตและคืนคุณภาพชีวิตให้คนที่คุณรัก
[ชมวิดีโอ] ความพร้อมของศูนย์สมอง รพ.วิชัยเวช อ้อมน้อย ในการรับมือผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยระบบ Stroke Fast Track ตลอด 24 ชั่วโมง
Stroke Fast Track คืออะไร? ทำไมถึงเป็นตัวตัดสินนาทีชีวิต
Stroke Fast Track คือ ระบบการประเมินและรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันแบบเร่งด่วน ภายในเวลา 4.5 ชั่วโมง นับตั้งแต่มีอาการ โดยมีเป้าหมายหลักคือการ ฉีดยาสลายลิ่มเลือด (rt-PA) หรือการทำหัตถการลากลิ่มเลือด เพื่อเปิดทางให้เลือดกลับไปเลี้ยงสมองได้ทันท่วงที ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและภาวะอัมพฤกษ์อัมพาตอย่างมีประสิทธิภาพ
ในกระบวนการนี้ อาศัยการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์หลายสาขา (Multidisciplinary Team) ตั้งแต่รถพยาบาลฉุกเฉิน แผนกฉุกเฉิน (ER) ศูนย์รังสีวินิจฉัย ไปจนถึงอายุรแพทย์ระบบประสาท เพื่อให้ทุกขั้นตอนรวดเร็วและแม่นยำที่สุด
เช็กด่วน! สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมองด้วยหลัก B.E. F.A.S.T.
หลายครั้งที่ผู้ป่วยและญาติชะล่าใจ คิดว่าเป็นแค่อาการเหนื่อยล้า พักผ่อนเดี๋ยวก็หาย แต่สำหรับโรคสมองขาดเลือด ทุกวินาทีมีค่า หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลที่มีศูนย์สมองทันที:
- B – Balance (การทรงตัว): เวียนศีรษะ บ้านหมุน ทรงตัวไม่ได้ เดินเซแบบเฉียบพลัน
- E – Eyes (ดวงตา): ตามัว มองไม่เห็นภาพเฉียบพลัน หรือมองเห็นภาพซ้อน
- F – Face (ใบหน้า): หน้าเบี้ยว มุมปากตก น้ำลายไหล พูดไม่ชัด
- A – Arm (แขนขา): แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ยกไม่ขึ้น หรือมีอาการชาซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย
- S – Speech (การพูด): พูดลำบาก พูดไม่เป็นคำ นึกคำพูดไม่ออก หรือฟังคนอื่นพูดไม่เข้าใจ
- T – Time (เวลา): เวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต้องรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ภายใน 4.5 ชั่วโมง

ทำไมต้องเลือก ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลวิชัยเวชฯ อ้อมน้อย?
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางสมอง ไม่ใช่ทุกโรงพยาบาลจะมีความพร้อมในการให้ยาสลายลิ่มเลือด ศูนย์สมอง รพ.วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย ได้รับการออกแบบและพัฒนาศักยภาพเพื่อเป็น “ศูนย์กลางการรับส่งต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง” ของภาคตะวันตกและปริมณฑล ด้วยความพร้อม 3 ด้านหลัก:
- ทีมแพทย์เฉพาะทางสมองและระบบประสาท (Neurologist): ประจำการและพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมด้วยพยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการอบรมการดูแลผู้ป่วยวิกฤตทางสมองโดยเฉพาะ
- เทคโนโลยีการวินิจฉัยขั้นสูง: เรามีเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) และเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ที่สามารถสแกนและประมวลผลความเสียหายของเนื้อเยื่อสมองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญก่อนตัดสินใจให้ยาสลายลิ่มเลือด (rt-PA)
- มาตรฐานรางวัลระดับประเทศ: ศูนย์สมองของเราดำเนินการตามมาตรฐานสากลและได้รับการรับรองศักยภาพ ทำให้ผู้ป่วยมั่นใจได้ถึงคุณภาพการรักษาที่เทียบเท่าโรงพยาบาลชั้นนำในใจกลางเมือง
ครอบคลุมพื้นที่ โซนตะวันตกและปริมณฑล เดินทางง่าย ไม่พลาดนาทีทอง
ทำเลที่ตั้งของโรงพยาบาลวิชัยเวชฯ อ้อมน้อย อยู่บนจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อหลายจังหวัด ทำให้เราเป็นที่พึ่งพายามฉุกเฉินที่สะดวกรวดเร็วที่สุดสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ใน:
- กรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี และปริมณฑล: เพชรเกษม, หนองแขม, อ้อมน้อย, อ้อมใหญ่
- สมุทรสาคร และ นครปฐม: กระทุ่มแบน, สามพราน, พุทธมณฑล, ศาลายา
- ภาคตะวันตก: ราชบุรี และ กาญจนบุรี (รองรับการส่งต่อเคสหนักที่ต้องการเทคโนโลยีขั้นสูง)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: หากเกิน 4.5 ชั่วโมงไปแล้ว ยังสามารถรักษาได้หรือไม่?
A: ยังสามารถรักษาได้ครับ แม้จะพ้นช่วงเวลาฉีดยาสลายลิ่มเลือด (rt-PA) ทางหลอดเลือดดำไปแล้ว แต่ในผู้ป่วยบางรายที่มีข้อบ่งชี้ แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีการลากลิ่มเลือดผ่านสายสวน (Mechanical Thrombectomy) ซึ่งสามารถยืดระยะเวลาการรักษาออกไปได้ถึง 24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เฉพาะทาง
Q: เป็นโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) จำเป็นต้องนอน ICU เสมอไปไหม?
A: ในช่วงแรกของการรับยาสลายลิ่มเลือด หรือช่วงวิกฤตที่อาการยังไม่คงที่ ผู้ป่วยจำเป็นต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤตทางสมอง (Stroke Unit หรือ ICU) เพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดออกในสมอง หรือสมองบวม เมื่ออาการคงที่แล้วจึงย้ายไปพักฟื้นที่ห้องพักปกติได้
Q: โรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s Palsy) เหมือนกับโรคหลอดเลือดสมองหรือไม่?
A: ไม่เหมือนกันครับ โรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s Palsy) เกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทใบหน้าเส้นที่ 7 ทำให้หน้าเบี้ยว หลับตาไม่สนิท แต่มักไม่มีอาการแขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัดร่วมด้วย ต่างจากโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจากสมองขาดเลือด ซึ่งอันตรายถึงชีวิตและต้องพบแพทย์ด่วน
บันทึกจากผู้เชี่ยวชาญ
“โรคหลอดเลือดสมองไม่ใช่โรคที่รอได้ การสังเกตอาการให้เป็นและการรู้ว่าควรไปที่ไหนคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ทันทีที่คุณพบสัญญาณ B.E. F.A.S.T. สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติและพุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลที่มีศูนย์สมองและเครื่อง CT Scan ที่ใกล้ที่สุด การรักษาที่รวดเร็วไม่เพียงแต่รักษาชีวิต แต่ยังช่วยให้เซลล์สมองฟื้นตัวได้ดี ลดความเสี่ยงในการเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตตลอดชีวิต” > – ข้อมูลอ้างอิงและแนวทางการรักษาจาก American Heart Association (AHA) และ American Stroke Association (ASA)
หากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ในพื้นที่ เพชรเกษม, อ้อมน้อย, สมุทรสาคร, กระทุ่มแบน, สามพราน, นครปฐม,ราชบุรี,กาญจนบุรี หรือพื้นที่ใกล้เคียง และต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อม หรือการประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง
ติดต่อนัดหมายหรือสอบถามข้อมูลได้ที่: ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย สายด่วน 1792 พร้อมดูแลเคสฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References):
- American Stroke Association (ASA) – Stroke Symptoms (B.E. F.A.S.T.)
- World Health Organization (WHO) – Cerebrovascular accident (Stroke)
- Guidelines for the Early Management of Patients With Acute Ischemic Stroke: 2019 Update to the 2018 Guidelines for the Early Management of Acute Ischemic Stroke (AHA/ASA)
นัดหมาย / ปรึกษาแพทย์
ศูนย์สมองและระบบประสาท
รพ.วิชัยเวชฯ อ้อมน้อย
02-441-7899 ต่อ 1111 , 3124 หรือ1792
ติดต่อผ่านช่องทางไลน์ได้ง่ายๆ Line
สามารถตรวจเช็ค ตารางแพทย์ออกตรวจ เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษาได้เลย