เมื่อพูดถึงมะเร็งตับ หลายคนมักนึกถึงเหล้าเป็นตัวการสำคัญ แต่ในความเป็นจริง มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยแตะต้องแอลกอฮอล์เลย แต่กลับได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับ แล้วอะไรคือปัจจัยเสี่ยงที่แท้จริง และเราจะป้องกันได้อย่างไร มาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน
มะเร็งตับเกิดจากอะไรได้บ้าง
หากเปรียบตับเป็นเหมือนศูนย์กลางของโรงงานที่ทำหน้าที่กรองสารพิษและผลิตพลังงานให้ร่างกาย การที่ตับเสียหายก็เหมือนเครื่องจักรที่ทำงานหนักจนพังลง แต่การที่เครื่องจักรพังไม่ได้มีแค่สาเหตุเดียว เช่นเดียวกับมะเร็งตับที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่แอลกอฮอล์เท่านั้น
- ไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง (Hepatitis B และ C)
การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบบีและซี เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งตับ เพราะเชื้อไวรัสเหล่านี้สามารถทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นพังผืดและตับแข็งในที่สุด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งตับ แม้จะไม่เคยดื่มเหล้าก็ตาม - ภาวะไขมันพอกตับ (Non-Alcoholic Fatty Liver Disease – NAFLD)
แม้ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ แต่พฤติกรรมการกินที่ไม่ดี เช่น การรับประทานอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง และขาดการออกกำลังกาย อาจทำให้เกิดไขมันสะสมในตับ ซึ่งเมื่อเป็นเรื้อรังจะนำไปสู่ภาวะตับอักเสบ ไขมันพอกตับชนิดรุนแรง (NASH) และในที่สุดอาจพัฒนาเป็นตับแข็งและมะเร็งตับได้ - การได้รับสารก่อมะเร็ง เช่น อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin)
สารพิษอะฟลาทอกซินพบได้ในอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อรา เช่น ถั่วลิสง ข้าวโพด และธัญพืชบางชนิด หากรับประทานสารนี้เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ตับและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับ - โรคเบาหวานและภาวะดื้ออินซูลิน
ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือมีภาวะดื้ออินซูลิน มักมีความเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่มะเร็งตับได้ แม้ว่าจะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ก็ตาม - พันธุกรรมและปัจจัยทางครอบครัว
บางคนอาจมีความเสี่ยงสูงต่อมะเร็งตับเนื่องจากกรรมพันธุ์ แม้ว่าจะไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงก็ตาม หากมีคนในครอบครัวเป็นโรคตับแข็งหรือมะเร็งตับ ควรตรวจคัดกรองสุขภาพตับเป็นประจำ - การใช้ยาหรือสารเคมีบางชนิดเป็นเวลานาน
การใช้ยาแก้อักเสบหรือยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อตับและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับได้ รวมถึงการสัมผัสสารเคมีบางชนิดที่เป็นพิษต่อตับ เช่น สารหนูหรือไวนิลคลอไรด์
ป้องกันมะเร็งตับได้อย่างไร
แม้ว่ามะเร็งตับจะมีหลายปัจจัยเสี่ยง แต่เราสามารถลดโอกาสเกิดโรคนี้ได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีและตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบซี
ไวรัสตับอักเสบเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งตับ การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีสามารถลดความเสี่ยงได้มาก และหากมีความเสี่ยงต่อไวรัสตับอักเสบซี ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองและรับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ - ควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกาย
หลีกเลี่ยงภาวะไขมันพอกตับด้วยการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงน้ำตาลและไขมันอิ่มตัว และออกกำลังกายสม่ำเสมอ - หลีกเลี่ยงอาหารที่ปนเปื้อนอะฟลาทอกซิน
รับประทานอาหารที่สะอาดและปลอดภัย หลีกเลี่ยงถั่วลิสงหรือธัญพืชที่เก็บไว้นานและอาจมีเชื้อราเจริญเติบโต - ตรวจสุขภาพตับเป็นประจำ
หากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น ไวรัสตับอักเสบ ไขมันพอกตับ หรือโรคเบาหวาน ควรตรวจสุขภาพตับเป็นระยะด้วยอัลตราซาวด์หรือตรวจค่าเอนไซม์ตับ - หลีกเลี่ยงสารเคมีที่เป็นพิษต่อตับ
หากต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมีอันตราย ควรใช้มาตรการป้องกันที่เหมาะสม เช่น สวมหน้ากากป้องกันและถุงมือ
แม้ว่าจะไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์ แต่ก็ยังสามารถเป็นมะเร็งตับได้จากปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบ ไขมันพอกตับ อาหารปนเปื้อนสารพิษ และพันธุกรรม ดังนั้น การดูแลสุขภาพตับด้วยการตรวจคัดกรองเป็นประจำ ควบคุมน้ำหนัก และหลีกเลี่ยงสารพิษ จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันมะเร็งตับได้ตั้งแต่ต้น
ติดต่อ คลินิกมะเร็ง
รพ.วิชัยเวชฯ อ้อมน้อย 02-441-7899
หรือ1792 /ติดต่อผ่านช่องทางไลน์ได้ง่ายๆ Line
หรือสามารถตรวจเช็ค ตารางแพทย์ออกตรวจ เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษาได้เลยค่ะ