EEG ตรวจหาโรคอะไรได้บ้าง? รู้จัก 6 ภาวะที่แพทย์อาจใช้การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองช่วยวินิจฉัย

เมื่อแพทย์แนะนำให้ตรวจ EEG (Electroencephalogram) หลายคนอาจรู้สึกกังวลและเกิดคำถามว่า

  • แพทย์สงสัยว่าเราเป็นโรคลมชักหรือไม่?
  • การตรวจ EEG ใช้ตรวจหาโรคอะไรได้บ้าง?
  • หากผล MRI ปกติ ยังจำเป็นต้องตรวจ EEG อีกหรือเปล่า?

ความจริงแล้ว EEG ไม่ได้ใช้เพื่อตรวจหาโรคลมชักเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการตรวจที่ช่วยบันทึกการทำงานของเซลล์สมอง และอาจใช้ประกอบการวินิจฉัยโรคหรือภาวะผิดปกติของระบบประสาทได้หลายรูปแบบ โดยแพทย์จะพิจารณาร่วมกับอาการ ประวัติการเจ็บป่วย การตรวจร่างกาย และผลตรวจอื่น ๆ เพื่อให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำมากขึ้น

EEG ไม่ได้ใช้ตรวจเฉพาะโรคลมชัก

หลายคนเข้าใจว่า หากแพทย์ส่งตรวจ EEG หมายความว่ากำลังสงสัยว่าเป็นโรคลมชักเสมอ แต่ในความเป็นจริง EEG เป็นการตรวจการทำงานของสมอง ไม่ใช่การตรวจโครงสร้างของสมอง

การตรวจชนิดนี้สามารถบันทึกคลื่นไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการทำงานของเซลล์สมองแบบเรียลไทม์ ทำให้แพทย์สามารถประเมินรูปแบบการทำงานของสมองในช่วงเวลาที่ทำการตรวจได้

จึงมักใช้ร่วมกับการตรวจอื่น เช่น

  • การซักประวัติ
  • การตรวจร่างกาย
  • MRI
  • CT Scan
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

เพื่อช่วยหาสาเหตุของอาการที่ผู้ป่วยเป็น

 

 

  1. โรคลมชัก (Epilepsy)

โรคลมชักเป็นภาวะที่สมองมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการชัก เกร็ง กระตุก หรือหมดสติเป็นช่วง ๆ

EEG เป็นการตรวจที่แพทย์มักใช้เพื่อ

  • ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยโรคลมชัก
  • ประเมินรูปแบบคลื่นสมองที่ผิดปกติ
  • ใช้ติดตามผลการรักษาในผู้ป่วยบางราย

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคลมชักบางรายอาจมีผล EEG ปกติได้ หากขณะตรวจไม่เกิดความผิดปกติของคลื่นสมอง ดังนั้นแพทย์จะใช้ผลตรวจร่วมกับข้อมูลทางคลินิกทั้งหมด

  1. อาการชักหรือหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ

หากมีอาการ เช่น

  • หมดสติ
  • เกร็ง
  • กระตุก
  • ชักครั้งแรก
  • มีอาการคล้ายชักโดยไม่ทราบสาเหตุ

แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจ EEG เพื่อช่วยประเมินว่ามีความผิดปกติของการทำงานของสมองหรือไม่ และใช้เป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัยร่วมกับการตรวจอื่น

  1. ภาวะสมองทำงานผิดปกติหรือการเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้สึกตัว

ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการ

  • ซึมลง
  • สับสน
  • ไม่รู้สึกตัว
  • ตอบสนองช้ากว่าปกติ

ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาตรวจ EEG เพื่อประเมินรูปแบบการทำงานของสมองว่ามีความผิดปกติหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อไม่สามารถอธิบายอาการจากการตรวจอื่นเพียงอย่างเดียว

  1. ภาวะสมองอักเสบหรือโรคทางระบบประสาทบางชนิด

โรคบางชนิด เช่น

  • ภาวะสมองอักเสบ
  • ความผิดปกติของสมองจากการติดเชื้อ
  • ความผิดปกติทางระบบประสาทบางรูปแบบ

อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของคลื่นสมอง ซึ่ง EEG สามารถช่วยให้แพทย์เห็นลักษณะการทำงานของสมองที่ผิดปกติได้

อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยโรคเหล่านี้ยังจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากการตรวจอื่นร่วมด้วย เช่น MRI การตรวจเลือด หรือการตรวจน้ำไขสันหลัง ตามดุลยพินิจของแพทย์

  1. ความผิดปกติของการนอนหลับบางประเภท

EEG ยังเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจการนอนหลับ (Sleep Study หรือ Polysomnography) ในผู้ป่วยบางราย

โดยใช้บันทึกระยะต่าง ๆ ของการนอนหลับ เพื่อช่วยให้แพทย์ประเมินความผิดปกติของวงจรการนอนหลับร่วมกับข้อมูลจากการตรวจอื่น

ทั้งนี้ การตรวจการนอนหลับจะประกอบด้วยการบันทึกข้อมูลหลายระบบ ไม่ใช่ EEG เพียงอย่างเดียว

  1. การติดตามการทำงานของสมองในผู้ป่วยบางกลุ่ม

ในผู้ป่วยบางราย เช่น

  • ผู้ป่วยที่รักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต
  • ผู้ป่วยหลังเกิดอาการชัก
  • ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บทางสมอง

แพทย์อาจพิจารณาใช้ EEG เพื่อติดตามการทำงานของสมองและประกอบการวางแผนการรักษา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการและดุลยพินิจของแพทย์

EEG เพียงอย่างเดียวสามารถวินิจฉัยโรคได้หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่

EEG เป็นเครื่องมือที่ช่วยประเมินการทำงานของสมอง แต่ไม่สามารถใช้ยืนยันโรคได้เพียงอย่างเดียว

แพทย์จะพิจารณาร่วมกับข้อมูลอื่น เช่น

  • ประวัติการเจ็บป่วย
  • ลักษณะอาการ
  • การตรวจร่างกาย
  • MRI
  • CT Scan
  • ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ

การประเมินข้อมูลทั้งหมดร่วมกันจะช่วยให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

MRI กับ EEG ต่างกันอย่างไร?

แม้ทั้งสองการตรวจจะเกี่ยวข้องกับสมอง แต่มีวัตถุประสงค์ต่างกัน

EEG MRI
ตรวจการทำงานของสมอง ตรวจโครงสร้างของสมอง
บันทึกคลื่นไฟฟ้าของเซลล์สมอง แสดงภาพรายละเอียดของสมอง
ประเมินการทำงานแบบเรียลไทม์ ประเมินความผิดปกติทางกายวิภาค

ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจพิจารณาใช้ทั้ง EEG และ MRI ร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม: EEG ต่างจาก MRI และ CT Scan อย่างไร?

หากแพทย์แนะนำให้ตรวจ EEG ควรทำอย่างไร?

หากแพทย์แนะนำให้ตรวจ EEG ไม่ควรกังวลจนเกินไป เพราะการตรวจนี้เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในการประเมินการทำงานของสมอง

ก่อนเข้ารับการตรวจ ควรศึกษาวิธีเตรียมตัวให้ถูกต้อง เช่น การสระผมก่อนตรวจ การหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม และการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้การตรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

สรุป

EEG เป็นการตรวจที่ช่วยบันทึกการทำงานของเซลล์สมอง และอาจใช้ประกอบการวินิจฉัยโรคหรือภาวะผิดปกติของระบบประสาทหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นโรคลมชัก อาการชักหรือหมดสติ ความผิดปกติของการรู้สึกตัว ภาวะสมองอักเสบ ความผิดปกติของการนอนหลับบางชนิด หรือใช้ติดตามการทำงานของสมองในผู้ป่วยบางกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ผลตรวจ EEG ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้เพียงอย่างเดียว แพทย์จะพิจารณาร่วมกับอาการ ประวัติการเจ็บป่วย การตรวจร่างกาย และผลตรวจอื่น เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

หากมีอาการ เช่น ชัก เกร็ง หมดสติ หรือมีความผิดปกติของการทำงานของสมอง และแพทย์แนะนำให้ตรวจ EEG ควรเข้ารับการตรวจตามคำแนะนำ เพื่อให้ได้รับการประเมินและวางแผนการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

แหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ (References)

  1. American Clinical Neurophysiology Society (ACNS). Guideline for Electroencephalography.
  2. International League Against Epilepsy (ILAE). Clinical Practice Recommendations.
  3. American Academy of Neurology (AAN). Practice Guidelines for EEG.
  4. Electroencephalogram (EEG).
  5. Mayo Clinic. Electroencephalogram (EEG).
  6. Johns Hopkins Medicine. Electroencephalogram (EEG).

 

นัดหมาย / ปรึกษาแพทย์
ศูนย์สมองและระบบประสาท
รพ.วิชัยเวชฯ อ้อมน้อย
02-441-7899  ต่อ 1111 , 3124 หรือ1792
ติดต่อผ่านช่องทางไลน์ได้ง่ายๆ  
Line
สามารถตรวจเช็ค
 ตารางแพทย์ออกตรวจ เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษาได้เลย