EEG (Electroencephalography) หรือการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง คือการตรวจเพื่อบันทึกการทำงานของคลื่นไฟฟ้าที่เกิดจากเซลล์ประสาทในสมอง ช่วยให้แพทย์ประเมินความผิดปกติของการทำงานของสมอง เช่น โรคลมชัก ภาวะชัก หรืออาการหมดสติบางชนิด โดยเป็นการตรวจที่ไม่ใช้รังสี ไม่เจ็บ และใช้ขั้วไฟฟ้าขนาดเล็กติดบนหนังศีรษะเพื่อบันทึกสัญญาณคลื่นสมอง
หากแพทย์แนะนำให้ตรวจ EEG หลายคนอาจรู้สึกกังวล เพราะไม่เคยได้ยินชื่อการตรวจนี้มาก่อน และสงสัยว่าจำเป็นหรือไม่ บทความนี้จะอธิบายว่า EEG คืออะไร ใช้ตรวจเพื่ออะไร แตกต่างจาก MRI และ CT Scan อย่างไร รวมถึงเหตุผลที่แพทย์อาจพิจารณาแนะนำให้ตรวจ เพื่อให้คุณเข้าใจการตรวจมากขึ้นและเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจ
EEG คืออะไร? ทำไมแพทย์จึงแนะนำให้ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง
หลายคนรู้จักการตรวจ MRI หรือ CT Scan แต่เมื่อแพทย์แนะนำให้ตรวจ EEG กลับเกิดคำถามทันทีว่า
“EEG คืออะไร?”
“ทำไมต้องตรวจเพิ่ม ทั้งที่ผล MRI ปกติ?”
ความจริงแล้ว การตรวจแต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกัน และแพทย์จะเลือกใช้ตามลักษณะอาการของผู้ป่วย การเข้าใจหน้าที่ของ EEG จะช่วยให้เห็นว่าการตรวจนี้มีบทบาทสำคัญในการวินิจฉัยโรคทางระบบประสาทหลายชนิด โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับ “การทำงาน” ของสมอง
EEG คืออะไร
EEG หรือ Electroencephalography คือการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง โดยใช้ขั้วไฟฟ้าขนาดเล็กติดบนหนังศีรษะ เพื่อบันทึกสัญญาณไฟฟ้าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากเซลล์ประสาทในสมอง
การตรวจนี้ ไม่ได้ปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกาย แต่เป็นเพียงการรับสัญญาณคลื่นสมองเพื่อนำไปวิเคราะห์ จึงเป็นการตรวจที่ไม่เจ็บและไม่ใช้รังสี
ผลการตรวจจะช่วยให้แพทย์เห็นรูปแบบการทำงานของสมอง ซึ่งบางครั้งอาจพบความผิดปกติได้ แม้ว่าภาพโครงสร้างสมองจาก MRI หรือ CT Scan จะยังดูปกติก็ตาม

EEG ใช้ตรวจอะไร
แพทย์อาจพิจารณาแนะนำให้ตรวจ EEG ในผู้ที่มีอาการหรือภาวะ เช่น
- มีอาการชัก หรือสงสัยโรคลมชัก
- หมดสติหรือวูบโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เหม่อลอยเป็นช่วง ๆ หรือเรียกไม่ตอบ
- มีความผิดปกติของการรับรู้หรือความรู้สึกตัว
- ต้องการหาตำแหน่งกำเนิดของการชัก เพื่อช่วยวางแผนการรักษา
EEG เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้แพทย์ประเมินการทำงานของสมองร่วมกับอาการ ประวัติผู้ป่วย และผลการตรวจอื่น ๆ เพื่อให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำมากขึ้น

EEG ต่างจาก MRI และ CT Scan อย่างไร
แม้ว่าการตรวจทั้งสามชนิดเกี่ยวข้องกับสมองเหมือนกัน แต่มีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน
| การตรวจ | ใช้ประเมิน |
| EEG | การทำงานของคลื่นไฟฟ้าสมอง |
| MRI | โครงสร้างของสมองและเนื้อสมอง |
| CT Scan | ความผิดปกติของสมองที่ต้องการประเมินอย่างรวดเร็ว เช่น เลือดออกในสมอง |
สรุปง่าย ๆ คือ
- MRI และ CT Scan ดู “โครงสร้าง” ของสมอง
- EEG ดู “การทำงาน” ของสมอง
จึงมีหลายกรณีที่แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจ EEG แม้ว่าผล MRI จะไม่พบความผิดปกติ

อ่านเพิ่มเติม: EEG ต่างจาก MRI และ CT Scan อย่างไร?
การตรวจ EEG เจ็บไหม
คำตอบคือ โดยทั่วไปไม่เจ็บ
การตรวจใช้เพียงขั้วไฟฟ้าติดบนหนังศีรษะด้วยเจลหรือขี้ผึ้งเฉพาะสำหรับการตรวจ ไม่มีการฉีดยา ไม่มีการเจาะ และไม่มีการปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกาย
ในบางช่วงของการตรวจ เจ้าหน้าที่อาจให้ผู้ป่วยหายใจลึก ๆ หรือใช้แสงกระพริบเพื่อกระตุ้นการทำงานของสมอง ซึ่งเป็นขั้นตอนมาตรฐานและอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์
อ่านเพิ่มเติม: EEG เจ็บไหม? ใช้รังสีไหม? ต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่
ต้องเตรียมตัวก่อนตรวจ EEG อย่างไร
โดยทั่วไป การเตรียมตัวก่อนตรวจอาจประกอบด้วย
- สระผมให้สะอาดก่อนมาตรวจ
- งดใช้เจล สเปรย์ หรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม
- รับประทานอาหารตามปกติ ไม่ควรอดอาหาร
- หากแพทย์แนะนำให้ตรวจแบบอดนอน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
การเตรียมตัวที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้ผลการตรวจที่มีคุณภาพมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: การเตรียมตัวก่อนตรวจ EEG และขั้นตอนการตรวจ
สรุปข้อมูลสำคัญ
- EEG คือการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองเพื่อประเมินการทำงานของสมอง
- เป็นการตรวจที่ไม่เจ็บ และไม่ใช้รังสี
- ช่วยในการวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมอง เช่น โรคลมชัก
- MRI และ CT Scan ตรวจโครงสร้างสมอง ส่วน EEG ตรวจการทำงานของสมอง
- หากแพทย์แนะนำให้ตรวจ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคร้ายแรงเสมอไป แต่เป็นการช่วยค้นหาสาเหตุของอาการได้อย่างเหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q : EEG ใช้เวลาตรวจนานไหม
A: โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจและดุลยพินิจของแพทย์
Q: EEG ตรวจพบโรคอะไรได้บ้าง
A: EEG เป็นการตรวจที่ช่วยประเมินความผิดปกติของการทำงานของสมอง เช่น โรคลมชัก หรือภาวะชักบางชนิด โดยแพทย์จะใช้ผลตรวจร่วมกับอาการ ประวัติ และการตรวจอื่น ๆ เพื่อวินิจฉัย
Q: หากผล MRI ปกติ ยังจำเป็นต้องตรวจ EEG หรือไม่
A: ในบางกรณี แพทย์อาจยังแนะนำให้ตรวจ EEG เพราะ MRI แสดงโครงสร้างของสมอง ส่วน EEG แสดงการทำงานของสมอง ซึ่งเป็นข้อมูลคนละด้าน
ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย
ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย ให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทอย่างครบวงจร ตั้งแต่การประเมินอาการ การตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม ไปจนถึงการวางแผนการรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสมกับอาการของแต่ละบุคคล
หากได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการทางระบบประสาท สามารถติดต่อ ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอคำแนะนำได้ที่ สายด่วน 1792
เอกสารอ้างอิงทางการแพทย์
- American Clinical Neurophysiology Society (ACNS). Guideline for Performing Clinical Electroencephalography (EEG).
- International League Against Epilepsy (ILAE). EEG and Epilepsy Resources.
- American Academy of Neurology (AAN). Clinical Practice Resources.
- สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย.
- World Health Organization (WHO). Neurological Disorders Resources.
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและคำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
นัดหมาย / ปรึกษาแพทย์
ศูนย์สมองและระบบประสาท
รพ.วิชัยเวชฯ อ้อมน้อย
02-441-7899 ต่อ 1111 , 3124 หรือ1792
ติดต่อผ่านช่องทางไลน์ได้ง่ายๆ Line
สามารถตรวจเช็ค ตารางแพทย์ออกตรวจ เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษาได้เลย