พอเริ่มปวดหัวข้างเดียว หลายคนจะคิดถึง “ไมเกรน” เป็นอย่างแรก โดยเฉพาะถ้าเคยได้ยินว่าไมเกรนมักทำให้ปวดหัวข้างใดข้างหนึ่ง
คำตอบคือ ปวดหัวข้างเดียวอาจเป็นไมเกรนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นไมเกรนเสมอไปครับ
สิ่งที่ช่วยแยกสาเหตุได้มากกว่าการดูว่าปวดซ้ายหรือขวา คือ ลักษณะของความปวด ปวดนานแค่ไหน เป็นซ้ำในรูปแบบเดิมหรือไม่ และมีอาการอะไรเกิดขึ้นพร้อมกัน เพราะโรคปวดศีรษะหลายชนิดสามารถทำให้ปวดเพียงข้างเดียวได้ ขณะเดียวกันไมเกรนเองก็ไม่ได้จำเป็นต้องปวดข้างเดียวทุกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม ปวดหัวเกิดจากอะไร อาการปวดหัวแต่ละแบบบอกอะไรได้บ้าง https://vichaivej-omnoi.com/health-info/headache-causes
ปวดหัวข้างเดียวแบบไหนที่ทำให้นึกถึงไมเกรน
ถ้าปวดหัวข้างเดียวและมีลักษณะ ปวดตุบ ๆ หรือปวดค่อนข้างมากจนอยากหยุดกิจกรรมที่กำลังทำ รวมถึงรู้สึกว่าการเดิน ขึ้นบันได หรือเคลื่อนไหวร่างกายทำให้อาการแย่ลง รูปแบบนี้อาจเข้ากับไมเกรนมากขึ้น
คนที่เป็นไมเกรนบางรายยังมี คลื่นไส้ รู้สึกไม่สบายเมื่อเจอแสงจ้า หรือรำคาญเสียงมากกว่าปกติ ร่วมด้วย อาการอาจกินเวลาหลายชั่วโมงจนถึงเป็นวัน และสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้
ดังนั้น ถ้าคนไข้บอกแพทย์เพียงว่า
“ปวดหัวข้างซ้ายครับ”
ข้อมูลยังไม่พอที่จะบอกว่าเป็นไมเกรน
แต่ถ้าบอกว่า
“ปวดข้างซ้ายแบบตุบ ๆ พอเดินหรือขยับตัวจะปวดมากขึ้น มีคลื่นไส้ และอยากอยู่ในที่มืดเงียบ ๆ”
ภาพของอาการจะชัดขึ้นมากครับ
ไมเกรนจำเป็นต้องปวดหัวข้างเดียวทุกครั้งไหม
ไม่จำเป็นครับ
แม้การปวดข้างเดียวจะเป็นลักษณะที่พบได้บ่อยในไมเกรน แต่ไมเกรนสามารถปวดได้ทั้งข้างเดียวหรือสองข้าง ดังนั้นประโยคว่า “ปวดสองข้างจึงไม่ใช่ไมเกรน” ก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน
เวลาประเมินไมเกรน แพทย์จึงไม่ได้ใช้ “ตำแหน่ง” เป็นคำตอบเพียงข้อเดียว แต่จะมองรูปแบบทั้งหมดประกอบกัน เช่น
ปวดแบบไหน → รุนแรงแค่ไหน → นานเท่าไร → การเคลื่อนไหวมีผลหรือไม่ → มีคลื่นไส้ แพ้แสง หรือแพ้เสียงร่วมด้วยหรือไม่ → เคยเกิดอาการแบบนี้มาก่อนหรือไม่
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคนสองคนที่บอกว่า “ปวดหัวข้างเดียวเหมือนกัน” อาจไม่ได้เป็นโรคเดียวกันครับ

ปวดหัวข้างเดียวร่วมกับอาการนำ อาจเป็นไมเกรนที่มีออร่าได้ไหม
ไมเกรนบางคนมีสิ่งที่เรียกว่า ออร่า (Aura) เกิดก่อนหรือร่วมกับอาการปวดศีรษะ เช่น การมองเห็นเปลี่ยนไปชั่วคราว มีอาการชาหรือความรู้สึกผิดปกติ หรือมีความผิดปกติด้านการพูดหรือภาษา โดยอาการของ typical migraine aura จะเกิดขึ้นชั่วคราวและกลับคืนเป็นปกติได้
อย่างไรก็ตาม หากเป็น อาการทางระบบประสาทที่ไม่เคยเกิดมาก่อน โดยเฉพาะอาการที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ไม่ควรสรุปด้วยตัวเองว่าเป็นไมเกรนออร่า เพราะอาการบางอย่างอาจคล้ายภาวะทางระบบประสาทอื่นที่ต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์
โดยเฉพาะหากมีแขนขาอ่อนแรง หน้าเบี้ยว พูดผิดปกติ หรือความผิดปกติทางระบบประสาทเกิดขึ้นฉับพลัน ควรไปโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินทันทีครับ
ปวดรุนแรงบริเวณรอบตาข้างเดียว อาจไม่ใช่ไมเกรน
อีกโรคหนึ่งที่ทำให้ปวดข้างเดียวชัดเจนคือ Cluster headache หรืออาการปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์
ลักษณะที่ทำให้นึกถึงโรคนี้คือ ปวดรุนแรงมากบริเวณรอบตา เหนือตา หรือขมับด้านใดด้านหนึ่ง และอาจมี ตาแดง น้ำตาไหล คัดจมูก น้ำมูกไหล หนังตาบวม หรือลักษณะผิดปกติรอบดวงตาด้านเดียวกับที่ปวด ร่วมด้วย บางคนมีอาการกระสับกระส่ายระหว่างที่ปวด ซึ่งแตกต่างจากไมเกรนที่หลายคนอยากอยู่นิ่ง ๆ ในที่เงียบ
ดังนั้นอาการ
“ปวดหัวข้างเดียวตรงรอบตา”
ก็ยังไม่ควรถูกเรียกว่าไมเกรนทันทีเช่นกันครับ
ปวดหัวข้างเดียวซ้ายกับขวา ต่างกันไหม
คำว่า “ปวดหัวข้างซ้าย” หรือ “ปวดหัวข้างขวา” เป็นสิ่งที่คนมักใช้ค้นหาสาเหตุ แต่ในทางการประเมินอาการ การเป็นด้านซ้ายหรือด้านขวาเพียงอย่างเดียวยังไม่ได้บอกว่าเป็นโรคอะไร
สิ่งที่มีประโยชน์กว่าคือสังเกตว่า
ทุกครั้งปวดอยู่ด้านเดิมหรือไม่
ปวดตุบ ๆ ปวดตื้อ หรือปวดจี๊ด
อาการแต่ละครั้งอยู่นานเท่าไร
มีคลื่นไส้ แพ้แสง แพ้เสียง น้ำตาไหล หรือตาแดงหรือไม่
มีชา อ่อนแรง พูดผิดปกติ หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลงร่วมด้วยหรือไม่
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์แยกรูปแบบของอาการได้ดีกว่าการรู้เพียงว่า “ซ้ายหรือขวา” ครับ
ปวดหัวข้างเดียวจี๊ด ๆ เป็นไมเกรนไหม
ไม่สามารถบอกได้จากคำว่า “จี๊ด ๆ” เพียงอย่างเดียวครับ
คำนี้อาจหมายถึงอาการที่แตกต่างกันมากในแต่ละคน บางคนหมายถึงเจ็บแปลบเพียงไม่กี่วินาที บางคนหมายถึงปวดเป็นช่วง ๆ หลายนาที หรือบางคนใช้คำว่าจี๊ดกับอาการปวดที่เกิดซ้ำในบริเวณเดิม
อาการปวดศีรษะข้างเดียวแบบสั้นและแปลบสามารถพบได้ในโรคปวดศีรษะบางชนิดที่แตกต่างจากไมเกรน จึงต้องรู้ ระยะเวลาของการปวด ความถี่ ตำแหน่ง และอาการร่วม ก่อนจึงจะประเมินได้เหมาะสม
เพราะฉะนั้นหากมีอาการนี้บ่อย ๆ การบอกแพทย์ว่า “แต่ละครั้งจี๊ดอยู่นานประมาณเท่าไร” มีประโยชน์มากกว่าบอกเพียงว่า “ปวดจี๊ด ๆ” ครับ
ถ้าปวดหัวข้างเดียวบ่อย ควรสังเกตอะไรไว้ก่อนพบแพทย์
ถ้าอาการเกิดซ้ำ การจำรายละเอียดทั้งหมดจากความทรงจำอาจไม่ง่าย โดยเฉพาะถ้าปวดมาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
การจด Headache Diary จึงช่วยให้เห็นรูปแบบได้ดีขึ้น โดยอาจบันทึกสั้น ๆ ว่า วันไหนเริ่มปวด ปวดข้างไหน ลักษณะอย่างไร นานเท่าไร รุนแรงแค่ไหน มีอาการอะไรร่วม และใช้ยาอะไรไปบ้าง แนวทางการประเมินอาการปวดศีรษะก็แนะนำให้ใช้ข้อมูลเรื่องความถี่ ระยะเวลา ความรุนแรง อาการร่วม ยาที่ใช้ และสิ่งที่อาจกระตุ้นอาการประกอบกัน
ไม่จำเป็นต้องจดละเอียดจนกลายเป็นภาระครับ จุดประสงค์คือช่วยตอบคำถามง่าย ๆ ว่า
“อาการของเรามีรูปแบบอย่างไร และกำลังเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่”
ปวดหัวข้างเดียวแบบไหนควรพบแพทย์
ถ้าเป็นอาการที่เกิดขึ้นซ้ำจนรบกวนการทำงาน การเรียน การนอน หรือการใช้ชีวิต รวมถึงปวดถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น หรือมีรูปแบบแตกต่างจากที่เคยเป็น ควรพบแพทย์เพื่อประเมินว่าอาการเข้ากับไมเกรนหรือเกิดจากสาเหตุอื่น
ส่วนอาการบางอย่างควรได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน ไม่ควรรอดูอาการเอง เช่น ปวดศีรษะรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หรือปวดร่วมกับความผิดปกติทางระบบประสาทที่เพิ่งเกิดขึ้น แนวทางการประเมินผู้ป่วยปวดศีรษะให้ความสำคัญกับอาการใหม่หรืออาการที่เปลี่ยนไป รวมถึงอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย
ปวดหัวข้างเดียว ต้องตรวจ CT หรือ MRI สมองไหม
ไม่ได้หมายความว่าต้องตรวจทุกคนครับ
หากประวัติและการตรวจร่างกายเข้าได้กับโรคปวดศีรษะ เช่น ไมเกรน และไม่มีลักษณะที่ทำให้สงสัยสาเหตุอื่น การตรวจภาพสมองเพียงเพื่อให้สบายใจไม่ได้จำเป็นในผู้ป่วยทุกคน แนวทาง NICE ก็ไม่แนะนำให้ส่งตรวจ neuroimaging เพียงเพื่อสร้างความมั่นใจในผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยโรคปวดศีรษะที่ชัดเจนแล้ว
ในทางกลับกัน หากอาการไม่เหมือนรูปแบบทั่วไป มีอาการทางระบบประสาทร่วม หรือแพทย์พบข้อมูลบางอย่างจากประวัติและการตรวจที่ต้องหาสาเหตุต่อ จึงค่อยพิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมหรือไม่ และควรเลือกการตรวจชนิดใด
ดังนั้นแทนที่จะถามว่า
“ปวดหัวข้างเดียว ต้อง MRI ไหม?”
คำถามที่มีประโยชน์กว่าคือ
“อาการของเรามีอะไรที่ทำให้แพทย์จำเป็นต้องหาสาเหตุเพิ่มเติมหรือไม่?”
ปวดหัวข้างเดียว อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็นไมเกรนจากตำแหน่งที่ปวด
ถ้าต้องจำเพียงเรื่องเดียวจากบทความนี้ คือ ปวดหัวข้างเดียวไม่เท่ากับไมเกรนเสมอไป
ไมเกรนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้ และมักมีรูปแบบบางอย่างที่ช่วยให้แพทย์นึกถึงมากขึ้น เช่น ปวดตุบ ๆ ปวดจนกิจกรรมประจำวันทำให้อาการมากขึ้น คลื่นไส้ หรือไวต่อแสงและเสียง แต่ยังมีโรคปวดศีรษะชนิดอื่น รวมถึงภาวะที่เกิดจากสาเหตุอื่นที่สามารถทำให้ปวดเพียงข้างเดียวได้เช่นกัน
สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่แค่ถามว่า “ปวดซ้ายหรือขวา” แต่ต้องมองว่า “อาการทั้งหมดกำลังบอกอะไรเรา”
หากปวดเป็นครั้งคราวในรูปแบบเดิมอาจเริ่มจากสังเกตอาการของตัวเอง แต่ถ้าปวดบ่อยขึ้น รบกวนชีวิต รูปแบบเปลี่ยนไป หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย การให้แพทย์ช่วยประเมินจะทำให้รู้ว่าควรดูแลต่ออย่างไร โดยไม่ต้องคาดเดาจากตำแหน่งของอาการเพียงอย่างเดียวครับ
การดูแลอาการปวดหัวและปัญหาระบบประสาท รพ.วิชัยเวชฯ อ้อมน้อย
ผู้ที่มีอาการปวดศีรษะซ้ำ ๆ หรือมีอาการที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับระบบประสาท สามารถเข้ารับการประเมินที่ ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย เพื่อประเมินจากประวัติ ลักษณะอาการ และการตรวจทางระบบประสาท ก่อนพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
หัวใจของการดูแลอาการปวดหัวจึงไม่ใช่การรีบตรวจทุกอย่าง แต่คือ เริ่มจากการแยกรูปแบบอาการให้ถูกต้อง เพื่อให้การตรวจและการดูแลในขั้นต่อไปตรงกับสิ่งที่กำลังสงสัย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปวดหัวข้างเดียว
ปวดหัวข้างเดียวคือไมเกรนไหม?
ไม่เสมอไป ไมเกรนสามารถทำให้ปวดข้างเดียวได้ แต่ต้องดูลักษณะอื่นประกอบ เช่น ปวดตุบ ๆ ความรุนแรง การเคลื่อนไหวทำให้ปวดมากขึ้น คลื่นไส้ และไวต่อแสงหรือเสียง
ปวดหัวข้างเดียวและคลื่นไส้ เป็นไมเกรนหรือไม่?
ลักษณะดังกล่าวอาจทำให้นึกถึงไมเกรนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีอาการปวดตุบ ๆ หรือไวต่อแสงและเสียงร่วมด้วย แต่ยังต้องประเมินอาการทั้งหมดก่อนวินิจฉัย
ปวดหัวข้างเดียวบริเวณตา เป็นไมเกรนไหม?
อาจเป็นได้ แต่ยังมีอาการปวดศีรษะชนิดอื่น เช่น Cluster headache ซึ่งมักปวดรุนแรงรอบตาหรือขมับด้านเดียว และอาจมีตาแดง น้ำตาไหลหรือคัดจมูกด้านเดียวกัน จึงควรดูอาการร่วมด้วย
ปวดหัวข้างเดียวทุกวันควรพบแพทย์ไหม?
หากอาการเกิดถี่ต่อเนื่อง รบกวนชีวิตประจำวัน หรือรูปแบบเปลี่ยนไปจากเดิม ควรได้รับการประเมินเพื่อแยกประเภทของอาการปวดศีรษะและวางแนวทางดูแลที่เหมาะสม แนวทางการประเมินยังให้ความสำคัญกับความถี่ ระยะเวลา ความรุนแรง และการใช้ยาแก้ปวดด้วย
นัดหมาย / ปรึกษาแพทย์
ศูนย์สมองและระบบประสาท
รพ.วิชัยเวชฯ อ้อมน้อย
02-441-7899 ต่อ 1111 , 3124 หรือ1792
ติดต่อผ่านช่องทางไลน์ได้ง่ายๆ Line
สามารถตรวจเช็ค ตารางแพทย์ออกตรวจ เพื่อขอเข้ารับคำปรึกษาได้เลย